อินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีพลวัตสูงแต่ก็มีความท้าทายเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ส่งออกข้าวไทย แม้ในอดีตจะเป็นผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญ โดยเฉพาะจากประเทศไทย แต่อินโดนีเซียกำลังดำเนินนโยบายมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านข้าวอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายที่จะยุติการนำเข้าภายในปี 2568 1 การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้สร้างความผันผวนและความไม่แน่นอนอย่างมากสำหรับผู้ส่งออก
ตลาดนำเข้าข้าวในอินโดนีเซียถูกควบคุมโดยหน่วยงานโลจิสติกส์ของรัฐ คือ Perum BULOG ซึ่งมีบทบาทผูกขาดสำหรับข้าวบางประเภท และบริหารจัดการปริมาณข้าวสำรองของประเทศ 1 อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเปิดกว้างสำหรับบริษัทเอกชนในการนำเข้าข้าวบางชนิด และมีการระบุบริษัทเอกชนหลายรายที่นำเข้าข้าวไทย 4
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่อินโดนีเซียยังคงเป็นตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับข้าวไทย ในปี 2566 อินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งในด้านปริมาณ (1.38 ล้านตัน) และมูลค่า (804.8 ล้านเหรียญสหรัฐ) 8 และยังคงเป็นตลาดส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของไทยในปี 2567 (1.33 ล้านตัน) 9
ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจในตลาดที่เผชิญกับการแทรกแซงของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ความต้องการที่ผันผวนตามผลผลิตภายในประเทศ และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่น การมีส่วนร่วมโดยตรงกับ BULOG ผ่านการประมูล และการติดต่อกับผู้นำเข้าเอกชนที่ระบุตัวตนได้ ควบคู่ไปกับการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและแพลตฟอร์ม B2B ในอินโดนีเซีย จะเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการมีส่วนแบ่งตลาดและสำรวจโอกาสในตลาดเฉพาะ
อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีประชากรจำนวนมาก เป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ระดับโลก การผลิตข้าวภายในประเทศ แม้จะมีปริมาณมาก แต่ก็มักไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร 5 ความจำเป็นพื้นฐานในการนำเข้าข้าวนี้ทำให้อินโดนีเซียเป็นตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศผู้ส่งออกข้าว เช่น ประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นพันธมิตรหลักในการตอบสนองความต้องการนี้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 อินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าข้าวไทยอันดับหนึ่งของโลก โดยนำเข้าข้าวปริมาณมากถึง 1,381,920,000 กิโลกรัม (ประมาณ 1.38 ล้านตัน) คิดเป็นมูลค่า 804.815 ล้านเหรียญสหรัฐ 8 ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงขนาดและความสำคัญทางการเงินของตลาดอินโดนีเซียสำหรับผู้ส่งออกข้าวไทย ความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งนี้ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2567 โดยอินโดนีเซียนำเข้าข้าวจากไทย 1.33 ล้านตัน ซึ่งตอกย้ำสถานะของอินโดนีเซียในฐานะตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย 9 ปริมาณการค้าที่สูงอย่างต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและความนิยมในข้าวไทยในอินโดนีเซีย การที่อินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ที่สุดอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งระหว่างสองประเทศ สำหรับประเทศไทย อินโดนีเซียไม่ได้เป็นเพียงตลาด แต่เป็นตลาดชั้นนำ ทำให้การมีส่วนร่วมเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญต่อเป้าหมายการส่งออกของประเทศและความมั่นคงของอุตสาหกรรมข้าว สำหรับอินโดนีเซีย ประเทศไทยเป็นแหล่งข้าวที่เชื่อถือได้และสำคัญ ซึ่งจำเป็นต่อการรักษาสมดุลอุปทานและอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตขาดแคลน
ความตั้งใจในการนำเข้าของอินโดนีเซียจากประเทศไทยมีปริมาณมาก ในปี 2567 อินโดนีเซียตั้งเป้าที่จะซื้อข้าวไทย 2 ล้านตัน 11 ปริมาณที่สำคัญนี้มีแผนที่จะจัดหาจากทั้งภาคเอกชน (1 ล้านตัน) และผ่านข้อตกลงรัฐต่อรัฐ (G2G) (1 ล้านตัน) 12 แนวทางสองทางนี้แสดงให้เห็นถึงช่องทางการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายสำหรับผู้ส่งออกไทย อย่างไรก็ตาม ความต้องการนำเข้าของอินโดนีเซียมีความอ่อนไหวอย่างยิ่งต่อศักยภาพการผลิตภายในประเทศและปริมาณข้าวสำรองที่มีอยู่ หน่วยงานความมั่นคงทางอาหารแห่งชาติ (Bapanas) ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าการนำเข้าจะดำเนินการ “หากการผลิตภายในประเทศชะลอตัว” 13 เงื่อนไขนี้ทำให้ตลาดมีความไม่แน่นอน การที่ความต้องการนำเข้าของอินโดนีเซียขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ชัดเจน 13 แสดงให้เห็นว่าผู้ส่งออกไทยดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีความอ่อนไหวอย่างมากต่อความมั่นคงทางอาหารภายในของอินโดนีเซีย ซึ่งหมายความว่าโอกาสทางการตลาดสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว (เนื่องจากการขาดแคลนผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ เช่น จากปรากฏการณ์เอลนีโญตามที่ระบุใน 13) แต่ก็สามารถลดลงได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน (เมื่อการผลิตภายในประเทศเพียงพอหรือมีปริมาณข้าวสำรองสูง) ผู้ส่งออกไทยจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับลักษณะ “ตามความต้องการ” นี้ แทนที่จะคาดการณ์ว่ามีความต้องการพื้นฐานที่สม่ำเสมอ
การวิเคราะห์บทบาทผูกขาดของ Perum BULOG และผลกระทบต่อตลาด
Perum BULOG (Perusahaan Umum BULOG) ซึ่งเป็นหน่วยงานโลจิสติกส์ของรัฐอินโดนีเซีย มีบทบาทสำคัญและมักจะผูกขาดในการนำเข้าข้าว 1 ภารกิจหลักของหน่วยงานนี้คือการบริหารจัดการปริมาณข้าวสำรองของประเทศและรักษาระดับราคาข้าวให้มีเสถียรภาพทั่วประเทศ 1 บทบาทเชิงกลยุทธ์นี้ทำให้ BULOG เป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าในตลาดข้าวอินโดนีเซีย
BULOG มีอำนาจพิเศษในการนำเข้าข้าวบางประเภท โดยเฉพาะข้าวขาวที่มีเมล็ดหัก 15 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ 1 นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์ผูกขาดในการนำเข้าข้าวหอมที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทย (HS 1006.30.19.00) 4 การควบคุมตามกฎระเบียบนี้หมายความว่าสำหรับข้าวประเภทสำคัญเหล่านี้ BULOG เป็นช่องทางเดียวสำหรับซัพพลายเออร์ต่างชาติ ในปี 2567 BULOG มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการจัดซื้อข้าวจากตลาดต่างประเทศ โดยได้ประกาศการประมูลเพื่อซื้อข้าวขาว (เมล็ดหัก 5%) จำนวน 450,000 ตัน จากแหล่งกำเนิดต่างๆ รวมถึงประเทศไทย 15 สิ่งนี้ยืนยันบทบาทโดยตรงและสำคัญของ BULOG ในฐานะผู้ซื้อข้าวไทยรายใหญ่
ข้อมูลติดต่อสำหรับ Perum BULOG:
สำนักงานใหญ่: Jl. Jend. Gatot Subroto Kav. 49, Jakarta 12950, Indonesia
โทรศัพท์: (+62-21) 525-2209
แฟกซ์: (+62-21) 525-6482; 520-4334
อีเมล: sekretariat@bulog.co.id
เว็บไซต์: www.bulog.co.id 15
BULOG ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมตลาดที่สำคัญสำหรับข้าวที่นำเข้าส่วนใหญ่ของอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้าวหลักและสำหรับการสร้างปริมาณสำรองของประเทศ สำหรับผู้ส่งออกไทย การมีส่วนร่วมโดยตรงกับ BULOG ผ่านการประมูลอย่างเป็นทางการและข้อตกลงรัฐต่อรัฐจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นช่องทางหลักและบางครั้งเป็นช่องทางบังคับในการเข้าถึงตลาดสำหรับข้าวบางประเภท การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกระบวนการจัดซื้อของ BULOG จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
การระบุประเภทข้าวที่ภาคเอกชนได้รับอนุญาตให้นำเข้า
ในขณะที่ BULOG ควบคุมตลาดส่วนสำคัญ กฎระเบียบของกระทรวงการค้าอินโดนีเซียอนุญาตให้บริษัทเอกชนนำเข้าข้าวบางประเภทได้ 4 การแบ่งส่วนตลาดตามกฎระเบียบนี้สร้างโอกาสที่ชัดเจนสำหรับผู้ส่งออกไทยภาคเอกชน
บริษัทเอกชนได้รับอนุญาตให้นำเข้า:
ตารางต่อไปนี้สรุปประเภทข้าวที่อนุญาตให้นำเข้าโดยกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย:
ประเภทข้าว | รหัส HS | ผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาต |
ข้าวเปลือก/ข้าวเปลือกพิเศษที่ไม่ได้สี | HS 1006.10.00.00 | Bulog, BUMD และบริษัทเอกชน |
ข้าวหอมที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทย | HS 1006.30.19.00 | Bulog |
ข้าวที่ไม่ใช่ข้าวหอม | HS 1006.30.90.00 | บริษัทเอกชน |
ข้าวเหนียว | HS 1006.30.30.00 | ทุกบริษัท |
ข้าวที่ผลิตโดยระบบออร์แกนิก | HS 1006.30.90.00 และ HS 1006.30.19.00 | ทุกบริษัท |
4
การแบ่งแยกสิทธิ์การนำเข้าที่ชัดเจนตามประเภทข้าว 4 แสดงให้เห็นว่าแม้ตลาดสำหรับข้าวหลัก (เช่น ข้าวขาวเมล็ดหักบางชนิด) จะถูกควบคุมโดยรัฐอย่างเข้มงวด แต่ก็มีตลาดเฉพาะที่มีศักยภาพสูง (เช่น ข้าวเหนียว ข้าวอินทรีย์ ข้าวที่ไม่ใช่ข้าวหอม และข้าวเปลือก/ข้าวเปลือกพิเศษบางชนิด) ที่ผู้ส่งออกไทยภาคเอกชนสามารถติดต่อโดยตรงกับบริษัทเอกชนในอินโดนีเซียได้ สิ่งนี้กำหนดให้ผู้ส่งออกไทยต้องทำความเข้าใจรหัส HS ที่เฉพาะเจาะจงและปรับผลิตภัณฑ์ของตนให้สอดคล้องกับประเภทที่เปิดกว้างเหล่านี้
ภาพรวมนโยบายรัฐบาลอินโดนีเซียและเป้าหมายการพึ่งพาตนเองที่ส่งผลต่อความต้องการนำเข้า
อินโดนีเซียมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและมีการกล่าวถึงบ่อยครั้งในการบรรลุการพึ่งพาตนเองด้านข้าว และมีเป้าหมายที่จะยุติการนำเข้าข้าว (และสินค้าโภคภัณฑ์หลักอื่นๆ เช่น ข้าวโพด น้ำตาล และเกลือ) เริ่มตั้งแต่ปี 2568 1 นโยบายนี้ขับเคลื่อนหลักโดยการเพิ่มขึ้นของการผลิตข้าวภายในประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ และการผลักดันระดับชาติอย่างแข็งขันเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร 1
เพื่อสะท้อนนโยบายนี้ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้อนุมัติการส่งออกข้าวเนื่องจากการผลิตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นสำหรับอินโดนีเซียซึ่งโดยทั่วไปเป็นผู้นำเข้าสุทธิ 17 สิ่งนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลในการลดการพึ่งพาการนำเข้า กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA) ยังคาดการณ์ว่าการนำเข้าข้าวของอินโดนีเซียจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2568 1 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายที่อินโดนีเซียระบุไว้
การที่อินโดนีเซียมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะพึ่งพาตนเองและตั้งใจที่จะยุติการนำเข้าภายในปี 2568 อย่างชัดเจน 1 บ่งชี้ถึงแนวโน้มระยะยาวที่สำคัญของการหดตัวของตลาดสำหรับผู้ส่งออกข้าว ซึ่งหมายความว่าตลาดอินโดนีเซีย แม้จะมีความสำคัญในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่ตลาดนำเข้าที่มั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกไทยต้องมองว่านี่ไม่ใช่โอกาสที่คงที่ แต่เป็นโอกาสที่มีความเสี่ยงทางการเมืองและทางการเกษตรโดยธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ เช่น การกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่น การมุ่งเน้นไปที่ข้าวคุณภาพสูงที่มีมูลค่าสูงซึ่งผลิตได้ยากในประเทศ หรือการสำรวจการลงทุนในการผลิต/แปรรูปภายในประเทศของอินโดนีเซีย
ข้อมูลบริษัทภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ที่ระบุว่าเป็นผู้นำเข้าข้าวไทย
การกล่าวถึงผู้จัดจำหน่ายและซัพพลายเออร์ข้าวที่สำคัญอื่นๆ ในอินโดนีเซีย (ผู้นำเข้าที่มีศักยภาพ)
นอกเหนือจากบริษัทที่ระบุข้างต้น ยังมีผู้เล่นรายอื่นในตลาดอินโดนีเซียที่มีศักยภาพในการนำเข้าข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความต้องการที่หลากหลายและตลาดเฉพาะ:
บริษัทเหล่านี้บางส่วนอาจเป็นผู้ซื้อข้าวโดยตรง หรือเป็นผู้ค้าที่จัดหาข้าวจากแหล่งต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศ การมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม B2B และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในอินโดนีเซียสามารถช่วยให้ผู้ส่งออกไทยระบุและสร้างความสัมพันธ์กับผู้เล่นเหล่านี้ได้
การที่อินโดนีเซียมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพึ่งพาตนเองด้านข้าว และการที่รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการนำเข้าข้าว ทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว
ตลาดนำเข้าข้าวในอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีความซับซ้อน โดยมี Perum BULOG เป็นผู้เล่นหลักที่ควบคุมการนำเข้าข้าวหลักเพื่อความมั่นคงทางอาหารและเสถียรภาพราคา ในขณะเดียวกัน ก็มีช่องทางสำหรับภาคเอกชนในการนำเข้าข้าวประเภทเฉพาะ เช่น ข้าวเหนียว ข้าวอินทรีย์ และข้าวที่ไม่ใช่ข้าวหอม การที่อินโดนีเซียกำลังมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะพึ่งพาตนเองด้านข้าวและมีเป้าหมายที่จะยุติการนำเข้าภายในปี 2568 นั้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาด ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องให้ความสำคัญ
เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดในอินโดนีเซีย ผู้ส่งออกข้าวไทยควรดำเนินกลยุทธ์ที่รอบคอบและปรับตัวได้:
การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎระเบียบของอินโดนีเซีย ผู้เล่นหลักในตลาด และแนวโน้มเชิงนโยบาย จะช่วยให้ผู้ส่งออกข้าวไทยสามารถนำทางความท้าทายและคว้าโอกาสในตลาดที่สำคัญนี้ได้
© Copyright FiFFle international 2023